Serith's profileEdhel AinePhotosBlogListsMore Tools Help

Edhel Aine

"Let the hope toward reality" because it's so bored without fantasy..

Serith

Top Secret
บอร์ดต่างๆที่มีการโพส fiction และ link ของเซธเอาไว้ค่ะ
April 27

Chapter21 : ภายใต้ผืนน้ำ

ฮิ้ว~* ขอบคุณเนทเน่า ที่ทำให้เราไฟแรงอีกหน >3<

หลังจากสนิมเขรอะนานนับปี เซธก็สามารถขัดเกลาฝีมือใหม่ได้ (ปรบมือให้หน่อยเร้ว) ไม่อยากเล่าว่าสาเหตุที่ดอง chp.21 จนเกือบบูดเป็นเพราะว่าตัวเองไม่ชอบเนื้อหาของ chp.นี้เท่าไรก็เลยปากกาฝืดซะงั้น (อย่าทำร้ายเค้าน๊า) พ่วงด้วยปัญหาสุขภาพทางสายตาก็เลยต้องงดแต่งฟิกไปเพราะห้ามจ้องคอมติดต่อกันนานๆ (เซธไม่ชอบแต่งในกระดาษเพราะภาษาไทยไม่แข็งแรง เศษยางลบจะเยอะเหมือนโฆษณา*ตี๊ด*ที่หลายคนเห็นบ่อยๆ

แต่จาก chp.22 ไปจะเป็นช่วงที่สนุกมาก รับรองจะขยันเขียนแน่นอน โครงเรื่องก็พร้อมมานานมากๆแล้ว แค่เขียนปรื้ดๆก็พอ~*

ปล.จริงๆเขียนจบตอนละนะ แต่ยังไม่ลงครบ ขออนุญาตไปตรวจเช็ครายละเอียดกับตอนเก่าๆก่อน ไม่งี้นพลาดทีคงน้ำตานอง TwT

Chapter21 : ภายใต้ผืนน้ำ (First part : coming on TONIGHT ja)

 
"ฉันอยู่บนสวรรค์แล้วอย่างนั้นหรือ"
 
เด็กสาวตาโตเมื่อเห็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย
 
"แม่มดแห่งคาโนวาลกลับมาแล้ว !!!"
June 09

ฟื้นคืนชีพ!!

3สัปดาห์ผ่านไป....ในที่สุดเนทก็หายเน่าแล้ว~~~~~~*
 
ข้อความจากเพื่อนๆบานตะไท เมล์อีก - -" งืม...ขอลบทิ้งนะขี้เกียจอ่าน
เล่าความเป็นไปให้ฟังก่อน (อยากบ่นว่าง้านเถอะ -..-)
ตั้งกะวันที่20เดือนที่แล้ว ตอนเย็นวันนั้นมีพายุเข้า ค่อนข้างหนักมากเลย แบบว่าต้นไม้หัก ป้ายปลิว พอกลับถึงบ้านเนทก็ใช้ไม่ได้วันนั้นวันแรก ไอ้เราก็คิดว่าเออแหะสงสัยเซิฟเวอร์ล่ม พรุ่งนี้คงใช้ได้มั้ง
วันรุ่งขึ้นก็ลองใหม่ เอ มันชักแปลกๆ ทำไมยังใช้เนทไม่ได้อีกหว่า โทรไปหา ISP ที่ให้บริการเค้าก็ว่าทางเค้าปรกติดี ลองให้เรามาดูที่สายกะโมเดม ข้าน้อยก็ทำตามนั้น ปรากฎว่าแก้เท่าไรก็ไม่หายซะที ทางเค้าก็ลองรีเซทพอร์ตแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ สุดท้ายเลยให้เราซื้อโมเดมใหม่มาลองเผื่อตัวเก่ามันเสีย (ซึ่งเราก็ไม่คิดว่ามันเสียหรอก - - แต่ก็ได้ว๊า อยากได้เนทใช้ไวๆ) ปรากฏว่าก็ใช้ไม่ได้อีก จำได้ว่าช่วงนั้นนี่โทรศัพท์คุยกะช่างเทคนิคแทบทุกวันวันละ2-3ครั้ง (แอบหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะเค้าพยายามให้เราตวรจสอบค่าสัญญาณและการเชื่อมต่อต่างๆอยู่ตั้งหลายรอบ ทั้งๆที่เราอยากจะตอกกลับไปว่า คือ เราไม่ใช่ผู้ใช้บริการแบบที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยสักหน่อย เรารู้ว่าทางเราไม่มีอะไรเสียแน่นอน เพราะเช็คทั้งหมดด้วยตัวเองแล้วก่อนจะโทรไปแจ้งเสีย แต่ก็ต้องมาโทรไปเช็คไปกะเค้าอีกหลายรอบ) และแล้วเวลาผ่านไป1อาทิตย์ก็ยังใช้ไม่ได้ -*-
 
ทางผู้ให้บริการก็เลยส่งช่างเข้าไปดูที่ชุมสาย (ซึ่งนั่นน่ะแหละที่เราต้องการตั้งแต่แรก) ปรากฎว่าพอร์ตของเค้าถูกถอดออกจากต้นสายโทรศัพท์ของเราแล้วทางองค์การโทรศัพท์ก็ต่อพอร์ทสัญญาณ adsl ของ TOT เข้าไปแทน - -* ซึ่งทาง ISP เค้าก็งงและโทรมาบอกเราให้เราไปแจ้งยืนยันการใช้งานกับทาง TOT อีกรอบว่าเราไม่ได้ใช้เนทของ TOT (เพราะเจ้าของสายเท่านั้นที่จะร้องขอปลดอุปกรณ์ออกได้)
 
ปรากฎว่า 2 วันนั้นเราใช้โทรศัพท์เกือบ 30 calls ต่อวันเพื่อติดต่อคนที่จะรับผิดชอบเรื่องนี้ (โทรไปที่นึงเค้าก็ให้โทรไปติดต่ออีกที่นึง พอไม่รู้เรื่องก็โทรไปอีกเบอร์นึงแบบนี้เรื่อยๆ-*-) ซึ่งคำตอบที่ได้มาคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการดำเนินการอย่างนั้น และหากเรายังบอกว่ามีการถอดสลับอุปกรณ์ตามที่เราว่าจริงเราต้องเอาสำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านไปยื่นคำร้องและรอดำเนินการ (อันแสนยาวนาน) ต่อไป ซึ่งอยากจะบอกว่าชื่อเจ้าของสายโทรศัพท์แต่ดั้งเดิมกว่าสามสิบปีนี่ก็คือชื่อคุณย่าของเราซึ่งไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน -*- เราก็เลยโมโหสุดๆ ขอเบอร์โทรศัพท์ของทางชุมสายโทรไปวีนแตกจนกระทั่งเค้ายอมติดต่อคนรับผิดชอบเรื่องนี้ให้กับเรา
 
ในที่สุด...ไอ้คนที่มีอำนาจสั่งถอดอุปกรณ์ก็ได้คุยกะเราซะที เค้าก็เลยยืนยันและจะส่งคำสั่งไปให้ ซึ่งกว่าเอกสารและคำสั่งจะไปถึง กว่าจะได้ถอดอุปกรณ์ออกจริงๆก็ราวๆ 3-4 วันให้หลัง (วันพุธที่ 4 เดือนนี้น่ะเอง) เราก็เลยเป็นคนลงมือโทรไปแจ้งกะทาง ISP เองว่า tot เค้าจัดการเสร็จละนะรีบช่วยเข้าไปต่อพอร์ตให้ใหม่ด่วนด้วย...กะว่าอ่ะอย่างช้าพรุ่งนี้เราก็น่าจะใช้เนทได้ละ
 
แต่ปรากฎวันพฤหัสเย็นๆเราลองอีกรอบเนทก็ยังใช้ไม่ได้ โทรไปหาทาง ISP เค้าบอกอ้าวไม่เห็นมีคนแจ้งบอกเค้าเลย -*- คือโกรธมาก เพราะกว่าเค้าจะเตรียมเอกสารไปให้ tot อีกรอบก็ต่อพอร์ทให้เราไม่ทันวันศุกร์ ซึ่งก็ติดเสาร์อาทิตย์ราชการปิดอีก -"-+
 
เมื่อเที่ยงของวันนี้เราก็เลยโทรไปจิก บอกว่าถ้ายังไม่ต่อพอร์ทให้เราใช้ได้ภายในวันนี้เราจะเลิกใช้มันให้หมดทั้ง tot และบริการอินเตอร์เนทของเค้า เพราะนับรวมกันแล้วทั้งหมด 3 อาทิตย์เต็มๆที่เราต้องมาหงุดหงิดกะเรื่องงี่เง่าพวกนี้ แถมยังต้องเสียตังค่าซื้อโมเดมใหม่ด้วยนะ เราว่ารวมๆแล้วถ้าเราสมัครบริการใหม่ของที่อื่นป่านนี้คงหมดปัญหาไปนานละ
ก็สำเร็จนะ ตอน4โมงเย็นวันนี้เนทก็ใช้งานได้ - - เลยขอมาระบายอารมณ์ในบล๊อกก่อน ฮ่าฮ่า อย่างอื่นค่อยว่ากัน
 
หึหึ Serith onlines once again!! >w< พรุ่งนี้จะอัพฟิก chp.20 (เต็มบท) ให้นะเพื่อนๆ
April 17

Chapter20 : ท่องกิลดิเรก

หลังจากหายตัวไปร่วม 4 เดือนก็ได้ฤกษ์วางแผง chp.20 เสียที แต่ chp. นี้จะลงให้ทีละนิดๆนะคะเพราะเซธคงต้องขออนุญาตรำลึกความหลังเล็กน้อยถึงปานกลางก่อน ไม่อยากเร่งเกินไปแต่ก็ไม่อยากทิ้งห่างมากกว่านี้อีกแล้ว จะพยายามฮึดเขียนต่อละนะคะ >w< ย้ากส์
 
Chapter20 : ท่องกิลดิเรก (First part : coming on 26/4/08)
 
ถึงแล้วหรือ? ทะเลสาบแห่งการเยียวยา??
ไม่จริงใช่ไหม...ความหวังสุดท้าย...มันจบสิ้นแล้ว...
ท่าทางนี่จะเป็น...ตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว...ของนายกับฉัน...
March 11

Daydream's Plays

Daydream's Plays (by Serith Windhover)

ตุ๊กตาในอ้อมแขนเด็กน้อย...
ผู้ปฏิเสธจะคบหากับผู้ใด
ไม่พูดคุย ไม่วิ่งเล่น เก็บตัวห่างจากคนอื่น
มีแค่ตุ๊กตาผ้าฝ้ายตัวหนึ่ง ที่ติดสอยห้อยตามไม่เคยห่าง
โดยไม่สนใจเสียงล้อเลียนจากเด็กรอบข้าง
ก็ใครกันเล่ายอมให้กอดเพื่อคลายเหงา
ก็ใครกันเล่ายอมฟังคำระบายแทนพ่อแม่ผู้ยุ่งกับงาน
ก็ใครกันเล่ายอมถูกทิ้งขว้างยามเธอโดนแกล้งจนโมโหโกรธา
โดยไม่มีคำต่อว่าหรือดุด่าแต่อย่างใด
 
สวนหย่อมหลังบ้าน คือสถานที่อันโปรดปรานของทั้งคู่
ทุกๆวันนิทานแห่งความฝันหลากเรื่อง จะแสดงที่โรงละครเล็กๆโรงนี้
โดยมีใบไม้และสายลมเป็นผู้ชม
บ้างก็เจ้าหญิงกับมังกรวายร้าย
บ้างก็งานเลี้ยงน้ำชากลางป่ากับภูติแฟรี่
บ้างก็สองพี่น้องนักผจญภัยกับดินแดนลึกลับ
แต่ไม่ว่าบทบาทจะเป็นอย่างไร ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิม
ตุ๊กตาคือเพื่อน...ยามเมื่อเด็กน้อยไม่มีใคร
 
ตุ๊กตาในหน้าหนาว...
หิมะโรยพราว เด็กสาวกอดเพื่อนตัวน้อยไว้แนบแน่น
หลากฤดูผันผ่าน รอยยิ้มบนดวงหน้าผ้าฝ้ายไม่เคยจางหายไป
แต่ภายในดวงตาคู่นั้นช่างว่างเปล่า
ถึงสัมผัสจะอ่อนนุ่มยามโอบรัด แต่ปราศจากซึ่งไออุ่น
ถึงจะมีสองแขนสองขา แต่ไม่อาจเคลื่อนไหว
ถึงจะเหมือนเช่นไร แต่ไม่มีวันเป็นมนุษย์ที่แท้จริงได้
สุดท้ายความทรงจำที่ผ่านมา เรื่องราวทั้งหมดระหว่างทั้งคู่
เป็นสายสัมพันธ์ซึ่งเกิดขึ้นจากเธอเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น
"ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันใช่ไหม" เด็กสาวเอ่ยในใจ
 
ไร้ถ้อยคำแต่สายตาสื่อความหมาย
ในที่สุดเด็กน้อยก็ตื่นและเติบโตขึ้น
มุมมองต่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลง กระแสแห่งความเป็นจริงกำลังไหลรินเข้าสู่ชีวิต
ถึงแม้เคยรักเคยผูกพันเท่าใด จงปล่อยฉันแล้วก้าวเดินต่อไปเถิด
เพราะที่นั่นคืออนาคตของเธอ
ฉันไม่อาจทดแทนหรือเติมเต็มในสิ่งเหล่านั้นได้
เพราะไร้ซึ่งความรู้สึก ไร้ซึ่งแรงปรารถนา
ได้โปรดเถิด จงลืมฉัน
เพราะฉันไม่รู้จักคำว่าเสียใจ
"ลาก่อน" ตุ๊กตาเอ่ยในใจ
 
ตุ๊กตาผู้ไม่มีคนเคียงข้าง...
นอนสงบอย่างเดียวดาย ในกล่องกระดาษใบเล็กตรงมุมมืดของห้อง
เฝ้ารอเสียงเรียกหาจากใครสักคนท่ามกลางความเงียบงันนั้น
หรืออาจรอคอยสักวันหนึ่ง
วันที่ปาฏิหารย์จะมอบหัวใจ...ไว้เป็นของตนเอง
เพื่อจะหัวเราะ เพื่อจะร่ำไห้
โดยไม่ต้องพึ่งบทละครของใครอีกต่อไป...
 
seems to be Girl's story, at the begining, but end with Doll's story.
hope you guys like it =]
Seth
January 09

สื่อจากใจ อะไรคือนิยายแฟนตาซี?

ไปเจอกระทู้หนึ่งในบอร์ดเด็กดี ประทับใจเลยลอกมาให้อ่าน+comment ส่วนตัวเล็กน้อย
 
เรื่องมีอยู่ว่าคนผู้นั้นเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของบอร์ด เลยทำให้มีนักเขียนมากมายเสนองานให้เขาอ่านจนล้นหลาม และคาดว่าเขาคงจะออกอาการเซ็งเต็มประดาก็เลยตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า
"นี้หรือคือนิยาย" (อาจจะไม่ได้เรียงข้อคิดเห็นตามต้นฉบับของเขานะคะ เซธไล่เองตาม comment ของเซธ)
 
นิยายต้องเนื้อเรื่องยาวๆ เข้าไว้ เนื้อเอาไว้ก่อน แบบว่ากะจะทำให้เหมือนแฮรี่ พอเถอะกับบารามอส เลยวางเรื่องให้ตอนและจำนวนหน้าให้ยาวๆ ไว้ก่อน ทำให้ได้ข้อเสียตามมาคือ เกิดการดอง เพราะมุกมันตัน และออกทะเล ไม่ก็เนื้อเรื่องไม่ไปถึงไหน
===>ข้อนี้ค่อนข้างสำคัญ นิยายที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวเสมอไป นักเขียนต้องจับให้ได้ก่อนว่าอะไรคือสิ่งหลักๆที่เราต้องการจะเล่า จากนั้นจึงเริ่มจัดแจงรายละเอียดที่จะทำให้ผู้อ่านซึมซับในสิ่งนั้นได้ โดยไม่รู้สึกว่าแปร่งๆหรือเกิดความสงสัยว่าทำไม ดังนั้นเรื่องจะยาวจะสั้น แปรผันตรงกับ "แก่นสารของเรื่อง" และ "ฝีไม้ลายมือในการสื่อออกมาเป็นภาพของคนเขียน" แทนการดำเนินเรื่องให้ยาวยืดเยื้อไว้ก่อน
===> เซธเองก็ไม่ชอบแฮรี่นะ แต่กลับชอบบารามอส เหตุผลนั้นเซธอธิบายไม่ถูก แต่คิดว่าสำหรับ Youth Novel แล้วนี่คือนิยายไทยเรื่องแรกที่ชอบกับวิธีสื่อคำสอนให้กับเด็กๆผ่านความคิดอ่านของตัวละคร ซึ่งเซธถือว่าทำได้ดีมากๆค่ะ
 
นิยายเด็กดีมีโครงเรื่องเกือบคล้ายๆ กัน ออกแนวพล็อตเรื่องซ้ำซาก อันที่จริงก็ การทำพล็อตเรื่องแปลกใหม่นี้ยากมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนังสือที่มีพล็อตซ้ำแบบบริสุทธิ์เลยไม่เคยเห็น ไม่เฉพาะนักเขียนใหม่เท่านั้น มืออาชีพเองก็หลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนสาเหตุเหรอเพราะตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาประวัติศาสตร์มีนิยายเรื่องต่างๆ หลั่งไหลออกมาเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง เป็นธรรมดาที่โครงเรื่องหลักๆ จะซ้ำกันบ้างทั้งโดยบังเอิญหรือได้รับอิทธิพล ซึ่งทำให้คนเขียนหน้าใหม่ไม่มีพื้นที่ที่จะพลิกเพลงมากนัก
===>ตรงตามนี้เลยค่ะ เห็นด้วยเหมือนกัน ดังนั้นความ creative ของนักเขียนถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ของแบบนี้ขึ้นกับสมองล้วนๆ ประสบการณ์ยังช่วยไม่ได้ (และที่เห็นตีๆกัน ก็เพราะมีนักเขียนหลายคน ชอบขโมยแค่ไอเดียไปแล้วไปเขียนเป็นเรื่องของตัวเอง ซึ่งน่าโมโหมาก)
 
ไม่ค่อยให้ความสำคัญของบทบรรยาย ผมก็รู้แหละคนแต่งนิยายในเด็กดีนั้นอายุยังน้อย ยังไม่เก่งด้านการใช้ภาษาชั้นสูง ลูกเล่นก็ไม่ดี การเขียนบทบรรยายในชั่วโมงภาษาไทยอาจไม่ดีนัก แต่ใจมันรักเลยแต่งนิยายครั้งแรกในชีวิต แต่ผมทรมานที่อ่าน ติไม่ออก เพราะมองไม่เห็นภาพ หรือโลกที่ยิ่งใหญ่ของคนเขียน
===>อันนี้สำคัญมากและตรงใจเซธสุดๆ หลายครั้งที่รู้สึกว่าอ่านนิยายแล้วเบื่อ เพราะเจอแต่บทพูดของตัวละคร บทบรรยายแค่คร่าวๆว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน มันเหมือนเวลาอ่านการ์ตูนผู้หญิงที่เน้นแต่ตัวละครแล้วฉากข้างหลังเป็นอะไรก็ไม่รู้ลางๆปิ๊งๆ (นึกภาพออกเลยใช่ไหม) นิยายแฟนตาซีที่ดีนั้นต้องการจินตนาการค่อนข้างมาก เพราะมันคือโลกคนละโลกกับที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้นสไตล์เน้นแต่ตัวละครแบบที่ว่า คงจะเหมาะกับนิยายแนวรักๆใคร่ๆมากกว่า
 
การนำเสนอที่แสนน่าเบื่อ ไม่แปลกใหม่ ขาดๆ เกินๆ ถ้าโครงเรื่องมันซ้ำซาก ก็ต้องใช้วิธีการนำเสนอที่แปลกใหม่สิ ต้องแปลกแหวกแนว ในนิยายก็มีหลายวิธีในการดำเนินเสนอ คือ แบบบุคคลที่หนึ่ง บุคคลที่สอง แบบบุคคลที่สาม ฯลฯ แต่เอย.....เอย นิยายทั้งหลายเด็กดี การดำเนินเสนอนั้นไม่น่าสนใจสักนิด มันเหมือนกับเอาวิธีทั้งหลายมาผสมปนเปกันเหมือนส่วนผสมของกาแฟที่มั่วทุกหยาดหยด มีหลายคนชอบเอาภาษาอังกฤษมาใช้ในการดำเนินเสนอ ยิ่งทำให้อ่านกุกะไปใหญ่ (ผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก)
===> อันนี้ครึ่งๆนะ เซธคิดว่ามันขึ้นกับสไตล์และเจตนารมณ์ของคนเขียน เรื่องแบบนี้เข้าใจยากเพราะมันเป็นศิลปะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าแค่ทำให้โดยรวมอ่านแล้วไหลลื่น ไม่งงไปงงมาก็เพียงพอ
 
ขาดแนวขนบ ผิดกฎของนิยายอย่างรุนแรง ผมหมายถึงนิยายทั้งหลายของท่านขาดกฎนิยายที่ควรเป็น ซึ่งกฎเหล่านี้หมายถึงจังหวะของเนื้อหาครับ ประกอบด้วย ปัญหา พัฒนา จุดสุดยอด และคลี่คลาย ซึ่งทำให้นิยายเรื่องนั้นมีน้ำหนักในการจูงใจคนดูตลอดเวลาหรือจะหักมุมให้ผู้อ่านตกใจก็ได้...... แต่นิยายที่ผมอ่านนั้นขาดเรื่องพวกนี้อย่างแรง คือมัน เบาๆ เบาๆ เบาๆ ไม่มีพัฒนาอะไรสักอย่าง(เนื้อเรื่องไม่ดำเนินไปถึงไหน..)
===> ข้อนี้ถือเป็นหัวใจของการเขียนนิยายเลยทีเดียว นักเขียนต้องประเมินพล้อตของตัวเองก่อนว่ามันจะทำให้ผู้อ่านติดตามได้ไหม หากทำไม่ได้ก็จงอย่าเขียนมันเลย กลับไปดัดแปลงใหม่ดีกว่า ไม่เสียเวลาไม่เปลืองสมอง
 
(เพิ่มเติม) เซธรู้ตัวว่าเซธเองก็ยังมีข้อเสียที่ต้องแก้ไข มีบางความเห็นในกระทู้นี้บ่นถึงการที่นักเขียนเอานิยายแย่ๆมาให้ช่วยวิจารณ์ ว่าหมดอารมณ์บ้าง ว่าเซ็งบ้าง ซึ่งเซธไม่เห็นด้วย เพราะอย่างไรก็ดี นักเขียนทุกคนต้องเริ่มจากศูนย์มาก่อน ไม่มีนิยายดังเรื่องไหนมีที่มาจากเรื่องแต่งเรื่องแรกของคนเขียนหรอกจริงไหม การขอคำวิจารณ์จากคนอ่านเป็นการนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป เหมือนการจะเขียนวิทยานิพนธ์ให้ได้ต้องเริ่มจากการหัดเขียน ก.ไก่ หากผู้อ่านไม่ชอบก็แค่งดให้ความช่วยเหลือ ไม่ควรจะมาดูหมิ่นดูแคลน (และไอ้ที่เป็นแบบนั้น ส่วนมากแล้วก็เอาแต่อ่านอย่างเดียวไม่เคยเขียนนิยายเอง แล้วมันจะไปรู้อะไร -"-)
 
แฟนตาซีเด็กดีต้องมีเจ้าหญิง เจ้าชาย จอมมาร เป็นความเซ็งสำหรับผู้ที่ความคิดหลุดโลกอย่างผมเป็นอันมาก เพราะคำจำกัดคำว่าแฟนตาซี(Fantasy Novel)คือมันจะเรื่องที่แปลกหลุดโลก  บวกกับจินตนาการที่หลากหลายที่มหัศจรรย์แปลกใหม่ของผู้แต่ง ที่สร้างโลกตามแบบฉบับของตนขึ้นมาเอง ทำให้นิยายเรื่องนี้ต้องใช้จินตนาการสูง ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหญิง เจ้าชายก็ได้ แต่นิยายแฟนตาซีในเว็บเด็กดีนั้นค่อนข้างวงเวียนไปทางโรงเรียนเวทย์มนต์ซะส่วนใหญ่ ไม่ก็มีเจ้าหญิง เจ้าชาย จอมมาร มังกือ ที่แสนน่าเบื่อ(สำหรับผม) ทำให้นิยายหลายเรื่องร้างไปโดยบริยายเพราะมันแนวคือๆ กัน
===>อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะคำว่าแฟนตาซีคือจินตนาการ บางครั้งจิตนาการรูปแบบเดิมๆบ่อยๆเข้าก็กลายเป็นของจำเจได้
 
<<SPACIAL COMMENT>>
ส่วนตัวแล้วเซธไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับคนที่มีอคติต่อ "เจ้าหญิงเจ้าชาย เวทมนตร์ พ่อมด มังกร" จริงอยู่ว่ามันน่าเบื่อสำหรับคนที่มีวุฒิภาวะมากพอจะไม่เชื่อเรื่องเจ้าหญิงนิทรา สโนว์ไวท์ หรือซานตาคลอส แต่อย่างไรก็ตามมันคือเครื่องหมายสากลของ "โลกในจินตนาการสำหรับเด็กๆ" ซึ่งคนสมัยก่อนใช้สอนเรื่องคุณงามความดีผ่านตัวละครดังกล่าว
 
"ทำไมต้องเจ้าหญิงเจ้าชาย? ขออะไรเท่ห์ๆอย่างนินจาหรือมือปืนไฮเทค ดีกว่าเป็นไหนๆ" อืมอันนี้มันก็จริงนะ แต่สำหรับเซธที่ชอบเขียนนิยายสไตล์ให้เด็กอ่าน (คือสอนเรื่องของจิตใจ ขัดเกลาให้รู้จักความอ่อนไหว ลบเลือนความกระด้าง) ไม่รู้สิ...เซธว่ามันดูไม่เหมาะถ้าจะให้ฮีโร่ในดวงใจเป็นคนประเภทแบบนั้น ยกตัวอย่างโรบินฮู้ด เป็นโจรก็จริงแต่สุดท้ายก็ยังกลับเข้าสู่วังเลยเห็นไหม นิทานสามารถสื่อบางสิ่งนอกเหนือจากเนื้อเรื่อง เจ้าชายกับเจ้าหญิงคือตัวแทนของประชา ดังนั้นนิทานจึงเลือกคนเหล่านั้นให้เกิดมาคู่กับคำว่า "ความดี" เพราะฉะนั้นเซธก็เลยไม่ชอบถ้ารู้ว่ามีใครมองว่าสิ่งเหล่านี้คือ "ของไร้สาระ" ไม่ได้บังคับให้ต้องชอบตามไปด้วยหรอก แต่แค่อย่ามาต่อว่าติติงก็พอ
 
ส่วนเรื่อง The Thief of Baramos ('s side story) and Mirror of Wish นั้นเป็นนิยายเรื่องแรกของเซธ การปูทางด้วยข้อมูลพื้นฐานเก่าๆที่ติดตาคนทั่วไปจึงเป็นของที่ง่ายและเหมาะสม (เรียกได้ว่าประเมินความสามารถตัวเอง แล้วเริ่มต้นหัดเดินเตาะแตะแทนการออกวิ่งมาราธอน)
 
แต่ที่แน่ๆสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับเซธคือ "ความคิด ความอ่าน และสำนึกที่มนุษย์คนนึงจะพึงมีได้" ไม่ใช่ "ความแปลกใหม่ ตื่นเต้น แหวกแนว"
ดังนั้นนิยายจะเน้นไปทางอารมณ์และมุมมองที่หลากหลายต่อโลก ซึ่งคนทั่วไปไม่คิดจะรับรู้หรือบางครั้งก็มองข้ามมันไปอย่างเฉยเมย

สุดท้าย...
อย่าเข้าใจผิด !! ถึงจะพูดแต่เรื่องความดีงามกับอุดมคติอะไรไม่รู้เข้าใจย้ากยาก แต่เซธไม่ใช่แม่พระ
เซธมีความชอบ มีความเกลียด มีความเถรตรง มีความลำเอียง
 
เซธมีความรู้สึก...เซธมีชีวิต
 
จึงได้รีบออกตัวมาปกป้องสิ่งที่ตนรัก ทันใดที่รู้ว่าถูกดูหมิ่นถากถาง
 
เซธไม่แคร์หากใครจะมองว่ามีความคิดแปลกๆ
เพราะสิ่งนี้เซธได้รับมาจากคนสำคัญที่สุด และจะขอรักษามันเอาไว้อย่างนี้ตลอดไป
 
ขอบคุณที่ทนอ่านบทความที่สุดจะเอาแต่ใจ^^
Serith Windhover
January 07

Chapter19 : บ้านโมเนอเรตต์

คลอดแล้วจ้า~* chp. นี้ล่าช้ากว่ากำหนดไปเยอะ (แถมอาจจะต้องรีไรท์แก้ภาษานิดๆหน่อยๆ^^") แต่เซธก็ทุ่มเทให้สุดตัวเเล้วนะเนี่ย เป็นอีก 1 chp. ที่ภูมิใจมากค่ะ
 
Chapter19 : บ้านโมเนอเรตต์
 
แล้วทำไมจู่ๆถึงพาเพื่อนมาเที่ยวคาโนวาล ผู้เป็นบิดาตะคอกใส่ทายาทคนเดียวของตน หรือว่าเดี๋ยวนี้แกริอาจเป็นเด็กเสเพลไปแล้วฮึ
“แต่มีอีกอย่างที่หนูไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร” เธอกลั่นกรองความคิดให้ดีก่อนจะพูดต่อ “ก็คือกระจกโบราณของคุณยาย"
“นายปิดบังอะไรฉันอยู่รึเปล่า”
“เอ้อ เร็น” ลูเนอเรียยกมือขึ้นเกาแก้ม “ถ้าไม่รังเกียจ...ช่วยเป่าเพลงเมื่อกี้ให้ฉันฟังอีกรอบจะได้ไหม
December 20

Chapter18 : ดรากอนแอร์เวย์

ลงเรียกน้ำย่อยให้กับ Toey Panda สำหรับการทวงต้นฉบับที่น่ารักที่ซู้ด^^
Bon Apati !!!
 
Chapter18 : Dragon Airway (Full version : coming on 22/12/07)
 
เฮ้อ ชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าการมีเพื่อนเดินทางสู่กิลดิเรกครั้งนี้มันจะราบรื่นไปกว่าการฉายเดี่ยวจริงหรือเปล่า...
 
“มันเสียหรือเปล่าเนี่ย” เชอริสหยุดเป่าแล้วเคาะขลุ่ยกับมือ
 
นับตั้งแต่รู้จักกัน นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสพูดคุยกับเขามากกว่าประโยคสั้นๆแค่คำสองคำ
 
คืนนี้เราคงได้หาที่พักกันในเมืองเบเรติโก
 
เสียใจจริงๆครับ ห้องพักของเราเต็มหมดแล้ว
December 13

Chapter17 : พลิกผัน

อีกครึ่งตอนเตรียมคลอดแล้วจ้า ครึ่งแรกมีแก้ไขแค่นิดเดียวครึ่งนี้เลยออกตัวไว^^
 
Chapter17 : พลิกผัน (Full version : coming on 15/12/07) http://my.dek-d.com/Serith/story/viewlongc.php?id=358412&chapter=17
 
มือเล็กๆกำจนแน่น ไหล่บางเกร็งจนสั่น เด็กสาวหัวเราะแห้งๆเย้ยหยันชะตาที่ฟ้าลิขิตให้
 
“สำหรับชาวคาโนวาลแล้วศักดิ์ศรีคือสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ความภูมิใจในสายเลือดคือพลังหล่อเลี้ยงชีวิต”
 
“ฉันจะไป” แม่มดสาวเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องตรึกตรองซ้ำอีกหน
 
หรือนี่คือบททดสอบของหนทางแห่งการชำระบาป?
December 12

คุยเล่นๆประสา Serith (VII)

3 อาทิตย์ผ่านไป...แฮมสเตอร์ยักษ์เขียนฟิคไปได้ครึ่งตอน - -*
ขออภัยๆๆๆๆๆๆๆ...(และมีต่อไปเรื่อยๆ) แบบว่าช่วงนี้เหนื่อยมากๆกลับบ้านปุ้ปก็แทบจะสลบคาห้องรับแขกแล้ว (แต่ยังเห็นออนเล่นเกมถึงดึกๆดื่นๆไม่ใช่เรอะ-*-/by น้องพี)
 
ที่เสียเวลาไปเยอะเพราะมัวแต่แก้ส่วนของ chp.16 ด้วยเนื่องจากสาเหตุเดิม (เล่นเกม -..-) จึงทำให้ตอน 16 นั้นออกมาไม่เต็ม 100% (2 ครั้งแล้วนะตั้งแต่ chp.13 ละ - -+/by bReaders) แง้ !! ไม่ทำอีกแล้วจ้าอย่าโกรธเลยนะท่านบ.ก.ทั้งหลาย T-T
ที่ทำได้คือขอขมาด้วยการลง chp.17 ไปก่อนครึ่งตอน (อีกครึ่งรอหมักและแช่อิ่มอีกนิดนะเกือบได้ที่ละ =_=;;) คงยกโทษให้กันได้เนอะๆ^^
 
เรื่องที่จะมาเมาท์ต่อวันนี้คือ เพื่อนคนนึงถามเข้ามาว่า ไอ้ Raw/Draft ทั้งหลายแหล่ที่เซธเคยเขียนไว้ใน Serith's Talk มันคืออะไร
***อันนี้เป็นคำเรียกวิธีเขียนฟิคของเซธเองนะคะไม่ใช่มาตรฐานของคนทั่วไปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นหากเอาไปคุยกับคนอื่นเขาจะไม่เข้าใจจ้ะ เซธใช้คุยกับ bReader^^;;***
 
เวลาที่เซธจะเขียนฟิคสักเรื่อง มันจะต้องเริ่มจากโครงเรื่องก่อน...ประมาณว่าจะให้เรื่องเป็นยังไงแนวไหน ตัวเอกตัวร้ายเป็นใคร ไคลแมกซ์คืออะไร จบยังไง ฯลฯ
จากนั้นก็เขียนทีละ chapter
 
DRAFT => เซธจะหั่นเอาชิ้นส่วนหนาบ้างบางบ้างจากโครงเรื่อง (หนาคือให้เรื่องเดินไว ถ้าบางเรื่องก็จะเดินช้าหน่อย) เอามาเติมแต่งรายละเอียดย่อยๆว่าจะให้ chp. นั้นตัวละครอยู่สถานที่ใดและเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนี้
ผลที่ได้คือแถวของตัวหนังสือเป็นข้อๆยาวประมาณ 1/2 หน้ากระดาษ A4
 
---ทำการระเบิดครั้งที่1---(ศัพท์เรียกเองด้วยภาษาแฮมสเตอร์ >.< เพราะมันขยายจาก 1/2 หน้า กลายเป็น 5-6 หน้า A4)
RAW => เขียนรายละเอียดเพิ่ม โดยมากเป็นคำพูดของตัวละคร ส่วนของคำบรรยายจะถูกเขียนไว้อย่างง่ายๆเช่น "บรรยายสภาพรกรุงรังของห้องนอนเชอริส" หรือว่า "บรรยายความรู้สึกเศร้าของลูเนอเรีย" แค่นั้น
ผลที่ได้คือบทพูดคล้ายกับของดาราที่เขาต้องท่องจำเวลาแสดงหนัง
 
---แล้วก็ทำการระเบิดครั้งที่2---(นี่เป็นคนก่อวินาศกรรมภาคใต้รึเปล่าเนี่ยฉัน- -)
1st FINE => แต่งคำบรรยายที่ถูกละไว้ตอนแรก (จากที่เคยเล่าให้ฟังว่าเซธชำนาญภาษาไทยกับพรรณนาโวหารเสียยิ่งกว่าชาวตะวันออกกลาง -"- ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่เสียเวลาสุดๆ) รวมทั้งปรับคำพูดและอารมณ์ของเนื้อเรื่องให้อ่านแล้วไม่ติดไม่ขัดหรือว่าแหกออกนอกเค้าโครงเรื่อง
ผลที่ได้คือฟิครูปร่างเหมือนที่ทุกคนอ่านอยู่แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ความยาวประมาณ 8-10 หน้า A4 (และ chp. เผางานส่งอย่างตอน 13 และ 16 คือเซธทำถึงแค่ขั้นนี้น่ะเอง -_-")
 
---ขัดสีฉวีวรรณ---(ไม่เรียกระเบิดเพราะมันเพิ่มความยาวให้กับหน้ากระดาษแค่ไม่กี่บรรทัด)
2nd FINE => เกลารายละเอียดส่วนที่เน้นอารมณ์และความประทับใจของ chp. จากนั้นก็ไล่อ่านเองตั้งแต่ต้นอีกครั้งว่าจุดไหนควรบรรยายเพิ่มเพื่อให้คนอ่านเข้าใจถึงความรู้สึกตัวละครอีกบ้าง (ช่วงนี้เป็นช่วงที่เซธชอบที่สุดแล้ว) หรือว่าตัดช่วงย่อหน้า/เว้นวรรคเพิ่มเพื่อความลื่นไหล สุดท้ายก็คือเช็คคำสะกดและให้ bReader อ่านและโพสลงใน blog ^^
 
---ขัดสีฉวีวรรณครั้งที่2---(อันนี้เคยทำแค่1/5ของทั้งหมด)
3rd FINE => มีบ้างเป็นบาง chp. ที่ตัวเองชอบ (ลำเอียง) ทำเหมือนกับ 2nd FINE แต่ทำซ้ำอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์แบบ (และหากไม่ถูกเร่งงาน TwT)
 
PS. เซธอัพรูปแผนที่เอเดนไว้ใน Photos (หมวด ETC) แล้วนะคะ สำหรับเพื่อนคนที่ไม่ได้อ่านบารามอสฉบับจริงมาก่อนจะได้ใช้ประกอบการอ่านได้จ้า
Seth
December 05

Golden Compass (non-spoiler)

ครืดดด...(เปิดประตูบ้าน)
ปัง...(ปิดประตูบ้าน)
ตึกๆๆ...(เดินขึ้นบันได)
แกร๊ก...ตี๊ด...(เปิดสวิตช์คอม)
แปะ...(นั่งลงบนเก้าอี้หน้าคอม)
เฮ้ออ...(ถอนหายใจ)
 
โดยปกติแล้วเซธจะเป็นคนที่ไม่ชอบไปไหนมาไหนในวันหยุด โดยเฉพาะวันหยุดวันเดียวกลางสัปดาห์แบบวันนี้ เพราะคนจะแห่กันออกมาเที่ยว+รถมันจะติดมากๆ ไม่เหมือนกับวันหยุดยาวที่คนจะแห่ไปต่างจังหวัดทำให้กรุงเทพดูน่าอยู่ชั่วขณะ
ก็นะ...วันพ่อนี้มีหนังเรื่อง Golden Compass (อภินิหารเข็มทิศทองคำ) เข้าพอดี อารมณ์ว่ามีคนเชียร์หลายคนว่าน่าไปดูม๊ากมาก เลยว่าอ่ะ...ไปดูมันวันแรกที่เข้าซะหน่อยนานๆทีคงไม่เป็นไร เลยได้ถ่อสังขารฝ่าฟันรถติดแหงกบนถนนไปดูที่สกาลา (ตามคำแนะนำของเบลว่าหากไม่อยากขี่คอกันจองตั๋วหรือเอาลูกตาไปแปะหน้าจอฉายหนังก็มานี่ดีกว่า)
 
พอออกมาจากโรงก็มองหน้าน้องพี
Seth "พีว่าหนังเป็นไง?"
P "Disappoint Mode"
 
ปล.กันสักนิด : นี่เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะคะ (ในฐานะคนไม่ได้อ่านหนังสือ GC มาก่อน)
 
ถ้าเอาแบบรวบรัด => นิยามของหนังเรื่อง GC คือ "เกือบ"
 
ถ้าเอาแบบขยายความขึ้นมาหน่อย
เรื่องของเรื่องก็คือภาคนี้เป็นการเอา 2 ภาคของในหนังสือมารวมกันนั่นเอง จากหนังสือ 2 เล่มมาบีบลงหนังเวลาแค่เกือบ 2 ชั่วโมง ลองคิดดูว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปเร็วแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึงการตัดฉากที่เกิดขึ้นบ่อยมากจนหงุดหงิด หรือว่าดูมันจนจบแล้วแทบจะจำชื่อตัวละครไม่ได้เลย
อย่างที่รู้คือหนังเรื่องนี้เป็นแนวแฟนตาซี ผู้ชมต้องใช้จินตนาการในการซึมซับเนื้อเรื่องที่มันไม่ใช่โลกปัจจุบันที่เราดำเนินชีวิตอยู่
ฉากบรรยายให้เห็นโลกและสถานที่ต่างๆทั่วไปในเรื่อง : "เกือบ"จะมีอารมณ์ร่วมตามแล้ว...ตัดฉากอีกละ
ฉาก "เกือบ" ลุ้นระทึก : โอ้วในที่สุดความจริงก็จะเปิดเผยละ...พูดเฉลยคำตอบออกมาปุ้ปยังไม่ทันจะร้องอ๋อ (ในใจ) เลย...ตัดขึ้นฉากใหม่อีกละ
ฉาก "เกือบ" บู๊มันๆ : ในที่สุดการต่อสู้ที่รอคอยก็มาถึง...ตุ๊บตั๊บ...ผัวะ...เฮ้ย??จบละ??
ฉาก "เกือบ" ประทับใจ : โอ้คำพูดนี้ช่างฟังแล้วกินใจแท้...อะไรฟะ? ขึ้นฉากใหม่ก็หมดความหมายละ
สรุปผลที่ได้จากการตัดย่อนี้ ทำให้เซธดูจนจบเรื่องก็ยังหา scene ประทับใจจากการดูไม่ได้ซักตอน (โดยปรกติแล้วเวลาเราดูหนังสักเรื่องมันต้องมีช็อตที่ประทับใจอย่างน้อยสักตอนนึงพอออกมาจากโรงใช่ไหม แต่ทำไมเรื่องนี้ไม่มี -"-)
 
บทสรุปของเรื่อง GC ภาคแรกนี้
ส่วนดี :
- ไอเดียเรื่องสถานที่ บรรยากาศและความแฟนตาซีของเนื้อหาถือว่าใช้ได้เลย
- เอฟเฟคสวย จุดนี้ถือว่าคะแนนดีสุดละ
- ภาษาออริจินอลของเรื่องฟังไม่ยาก เหมาะกับเพื่อนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษมากๆ (ปล.ถ้าฟังทันอะนะ)
ส่วนเสีย :
- ตัดย่อเกินไป (ไม่ต้องบรรยายเพิ่ม)
- ยังขาดความเป็นเหตุเป็นผลในบางฉาก (จริงๆแล้วก็หลายฉากเหมือนกัน เพราะฉากมันเยอะเหลือเกิน-*-) แต่ส่วนนี้ไม่อยากติงมากเพราะอาจจะเป็นผลที่เกิดจากข้อข้างบน
คะแนนที่ได้จากเซธ :
7/10 ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าเทียบกับนาเนีย เรื่องนี้ด้อยกว่านิดนึง (จริงๆเซธก็ไม่ค่อยประทับใจนาเนียแล้วนะนี่)
 
หรือเราจะหัวสูงเกินไป? =..=;;
 
เอาว่าคำแนะนำที่จะให้ คือ "ไปซื้อหนังสือมาอ่านให้จบแล้วค่อยไปดูเก็บรายละเอียดเถอะ คงสนุกกว่านี้เยอะ"
 
ระบายแต่เพียงเท่านี้ในฐานะผู้ชื่นชอบเรื่องแฟนตาซี (จะโดนต่อว่ากลับไหมนี่^^;;)
แล้วมาเมาท์ใหม่จ้ะ
Seth
 
Photo 1 of 4
ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ Fiction และ CG กรุณาโพสที่นี่จ้ะ (หรือจะลงไว้ใน blog ตัวอย่างของ chapter นั้นๆก็ได้) ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมชม^_^
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
bwrote:
เอ่อ... ไม่รู้จะบอกว่าไงอ่า  อยากให้เหนหน้า ตอนเรา อ่าน ch.19 แล้วยิ้มหวานๆๆ ออกมาจัง ><
Jan. 8